ชงชาสมุนไพรจากเศษใบไม้สลายโรค

ชาสมุนไพร
ชาสมุนไพรเศษใบไม้สลายโรค
การดื่มชาในยุคปัจจุบันดูเหมือนว่าจะมีความนิยมแพร่หลายมากขึ้นจากอดีต การดื่มชากลายเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมประเพณีของหลากหลายชาติ ในบางประเทศการชงชายังเป็นพิธีที่ถูกจัดขึ้นอย่างศักดิ์สิทธิ์ มีความซับซ้อนในการชงและการคัดสรรใบชาที่มีคุณภาพในการนำมาชง และยังกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันของผู้คนที่รักสุขภาพไป การดื่มชาในบางประเทศยังสะท้อนให้เห็นถึงศิลปะ ความเรียบง่ายและปรัชญา อย่างในศาสนาเซน ที่ทำให้ชากลายเป็นคุณค่าต่อร่างกายและจิตวิญญาณ
ใบชาหากมองโดยรวมแล้วก็เป็นแค่เพียงเศษใบไม้ใบหนึ่งที่ดูเหมือนจะไม่มีประโยชน์อะไร แต่มัน
กลับเต็มไปด้วยคุณค่ามากมายที่ช่วยบำรุงร่างกายและป้องกันการเกิดโรคต่างๆได้เป็นอย่างดี นอกจากชาเขียวที่เรารู้จักกันดีแล้ว ชายังแบ่งออกเป็นประเภทอื่นๆอีกมากมาย อาทิเช่น
- ชาขิง มีสรรพคุณช่วยในการป้องกันการเกิดโรคหวัด ช่วยขับลมในกระเพาะ สำหรับผู้ที่มีอาการท้องอืดท้องเฟ้ออยู่บ่อยๆ รสชาติของชาที่ได้จะมีกลิ่นที่เฉพาะตัว มีรสชาติเผ็ดร้อนของขิงผสมผสานกันอยู่ เป็นสมุนไพรที่มีฤทธิ์ร้อน ความเผ็ดในขิงจะช่วยให้รู้สึกโล่งจมูกและสบายท้องมากขึ้น
- ชาใบเตย มีสรรพคุณในเรื่องของการบำรุงหัวใจ ช่วยลดการเกิดโรคเบาหวาน และยังเหมาะสำหรับผู้ที่ไม่ค่อยถนัดการดื่มชาที่มีรสชาติขมมากนัก ดังนั้นชาใบเตยจึงเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ เพราะเอกลักษณ์ของมันที่มีความหอม และจืด เป็นชาที่สามารถจะจิบแก้กระหายได้ตลอดทั้งวันโดยไม่เกิดอันตราย นอกจากนั้นแล้วส่วนของรากใบเตยยังสามารถนำเอามาต้มดื่ม ช่วยในการลดน้ำตาลในเลือด ลดความดัน และช่วยขับปัสสาวะ
- ชาดอกคำฝอย มีสรรพคุณในเรื่องของการลดไขมัน และบำรุงเลือด คุณสมบัติของดอกคำฝอยนั้นเป็นที่รู้จักกันมาตั้งแต่ครั้งโบราณ ส่วนของดอกยังเคยนำเอามาใช้ในการปรุงยาต่างๆ การดื่มชาดอกคำฝอยจะช่วยลดปริมาณไขมันในเลือด ป้องกันการเกิดโลหิตเป็นพิษ
นอกจากนั้นแล้วยังมีชาประเภทอื่นๆอีกมากมายที่เราอาจจะเคยได้ยินและไม่เคยรู้จักมาก่อน แต่โดยทั่วไปแล้วการดื่มชานั้นเราจะต้องคำนึงว่าเราจะต้องการดื่มเพื่อดับกระหาย หรือเพื่อต้องการรักษาโรค หากต้องการเพียงแค่ดับกระหายก็อาจจะหันมาดื่มชาบางประเภท อย่างเช่น ชามะตูม ชาตะไคร้ ชาขิง ชาโหระพา หรือจะเป็นชาสะระแหน่ ที่สามารถดื่มได้ตลอดทั้งวัน แต่สำหรับชาที่ต้องการใช้ในการรักษาโรค อาจจะต้องศึกษาสรรพคุณของชาให้ดี และไม่ควรที่จะดื่มติดต่อกันเป็นระยะเวลานานๆ เพราะอาจจะทำให้เกิดผลข้างเคียงจากสารที่อยู่ในชามากเกินไปต่อความต้องการของร่างกายที่จะใช้ในการรักษาโรคนั่นเอง