เยียวยาหัวใจด้วยธรรมชาติบำบัด



ยุคสมัยของสังคมที่แปรเปลี่ยนไป กับยุคแห่งการถูกครอบงำด้วยวัตถุนิยมมากขึ้น เราเร่งรีบ ฉาบฉวยและก้าวร้าวด้วยแนวคิดใหม่ของสังคมและการโฆษณาที่ถาโถมเข้าสู่ความคิดของเราจนแทบจะไตร่ตรองไม่ทัน จนทำให้บางครั้งเรากลายเป็นส่วนหนึ่งของฟันเฟืองที่สังคมพยายามผลักดันเรา บีบรัดเรา จนไม่รู้ตัวว่าเราแทบไม่มีเวลาแม้จะหยุดยืนหายใจให้เต็มปอด ผู้คนในสมัยนี้จึงมักจะเต็มไปด้วยความเครียด ใบหน้าที่บึ้งตึง แววตาที่ดูไร้จิตวิญญาณ เราเจ็บป่วยบ่อยขึ้นและช่วงอายุของเราก็สั้นลง ทั้งที่สิ่งที่เราขวนขวายอยู่นี้เป็นสิ่งที่เราคิดว่ามันจะส่งเราสู่ความสุขและชีวิตที่ดีขึ้น
เราเดินเลยมาไกลจากความเป็นธรรมชาติของมนุษย์อย่างมากมาย รอบตัวเราเต็มไปด้วยผืนป่าคอนกรีต เต็มไปด้วยยานพาหนะที่ปล่อยอากาศเสียออกมาให้เราสูดดมเข้าไปอยู่ทุกวี่วัน เราเรียกสิ่งเหล่านี้ว่าความก้าวหน้า โลกาภิวัตน์
หรือความสะดวกสบายอะไรก็ตามแต่ แต่สิ่งเหล่านี้ทำลายจิตวิญญาณธรรมชาติของเราไปสิ้น และดูเหมือนว่าผู้คนจะเริ่มตาสว่างกันมากขึ้น เพราะเมื่อสิ่งที่พวกเราต่างกอบโกยให้ได้มาอยู่นั้นมันไม่ใช่สิ่งที่เราต้องการอย่างแท้จริง เราเริ่มเรียกร้องเพื่อกลับสู่ความเป็นธรรมชาติ กลับคืนสู่ความเรียบง่าย อาหารและวิถีชีวิตที่ดีที่หายไปจากชีวิตมาเนิ่นนานกำลังถูกเรียกกลับคืนมาอีกครั้งหนึ่ง เพราะเหมือนกับเราตระหนักได้ว่าธรรมชาติเป็นที่แห่งเดียวที่จะช่วยเยียวยาหัวใจที่เหน็ดเหนื่อยอ่อนหล้าจากหน้าที่การงานได้ดีที่สุด
ผู้ที่มีชื่อเสียงในด้านธรรมชาติบำบัด นามว่า ดร.จาค็อบ วาทักกันเชรี ได้บอกกล่าวถึงการต่อต้านของพฤติกรรมที่เรามีต่อร่างกาย เราใช้ร่างกายของเราในการทำงานกันจนไม่มีเวลาพักผ่อน เราทำงานมากขึ้น ดึกขึ้น ซึ่งช่วงเวลานั้นเป็นช่วงที่ร่างกายต้องการได้รับการพักผ่อน ปัญหาสุขภาพที่เราพบเจอมักจะมาจากการกินอาหารขยะ ขนมหวาน อาหารจานด่วนที่ถูกปรุงแต่งทางเคมีอย่างมากมาย เราถูกเคลือบด้วยเครื่องสำอาง ของปรุงแต่งทั้งทางกายและทางใจอย่างเหนียวแน่น วิถีชีวิตของเราที่ถูกครอบงำด้วยความบันเทิงใจ จิตใจของเราไม่ได้ถูกขัดเกลา ทำให้มันเต็มไปด้วยความโกรธ เกลียด ความเครียดที่ฝังรากลึก และความซึมเศร้าอย่างไม่รู้ตัว
การปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตของเราจากสังคมที่เสื่อมโทรมในยุคปัจจุบัน การยกระดับจิตใจของเราให้ดีขึ้น จะต้องเริ่มต้นจากการปรับเปลี่ยนการกิน การใช้ชีวิตเสียใหม่ ทั้งการเปลี่ยนมุมมองและทัศนคติในการมองโลกไปพร้อมๆกัน ตระหนักลงไปว่าการรักษาหัวใจของเราให้มีความสุขนั้นไม่ต้องมองหาจากโลกภายนอกที่ฉาบฉวยนี้เลย เพียงแค่เรามองลึกลงไปในตนเอง พอใจกับสิ่งที่มีและสิ่งที่เป็นอยู่ จะทำให้เราพบเจอกับความสุขที่เราตามหามานานแสนนาน